วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ราคาบ้านที่นิวซีแลนด์และสภาพแวดล้อม

              มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งจากเมืองไทยอยากจะลองเปลี่ยนที่อยู่ตามคำแนะนำของแพทย์เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดีอาจจะเนื่องมาจากสภาพอากาศ และมองหาที่เรียนให้ลูกด้วย กำลังมองหาซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย อยากทราบราคาบ้านเพื่อประกอบการตัดสินใจ ได้อีเมล์มาคุยกับผม ผมได้ให้คำแนะนำไปเท่าที่พอจะมีความรู้และประสบการณ์ ก็เลยต้องขออนุญาติคุณสุภาพสตรีท่านนี้นำคำตอบที่ได้ตอบไปแล้วมาลงเพื่อเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆด้วยครับ
             ผมตอบช้าไปหน่อยเพราะเพิ่งกลับจากเกาะใต้ บ้าน3หัองนอน1ห้องน้ำที่นิวซีแลนด์ราคาประมาณ280,000-350,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ขึ้นกับเมืองที่ต้องการจะอยู่ สภาพบ้านและพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ปัจจัยต่างๆที่ทำให้ราคาบ้านถูกหรือแพงก็จะคล้ายๆกับเมืองไทยครับ ยกตัวอย่างถ้าอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ศูนย์กลางเมือง หรือใกล้กับระบบขนส่งมวลชน การเดินทางสะดวกฯ ราคาก็จะสูงตามไปด้วย หรือในเมืองใหญ่ๆราคาก็จะสูงกว่าเมืองเล็ก อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาครับ
            ส่วนจะตัดสินใจว่าออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ ก็ขึ้นกับวัตถุประสงค์ครับถ้าเน้นเรื่องการศึกษาอย่างเดียว ก็คุณภาพไม่แตกต่างกัน มีคุณภาพในระดับสากลทั้งสองประเทศ และค่าจ่ายก็จะถูกกว่าประเทศแถบอมริกาหรือยุโรป แต่นิวซีแลนด์จะมีค่าครองชีพที่ถูกกว่าออสเตรเลีย และน่าจะเหมาะกับการศึกษามากกว่า อันนี้ต้องลองหาข้อมูลจากคนที่มีประสบการณ์จากออสเตรเลียดูครับ
           ส่วนถ้าผู้ปกครองต้องการมาหางานทำไปด้วยหรือทำธุรกิจส่วนตัวระหว่างที่เด็กมาเรียน ออสเตรเลียน่าจะได้เปรียบนิวซีแลนด์ เพราะว่าเป็นประเทศใหญ่และประชากรมากกว่า พูดง่ายๆก็คือน่าจะทำมาหากินง่ายกว่าครับ แต่ไม่ทราบว่าออสเตรเลียยังเปิดรับคนต่างชาติอยู่หรือเปล่านะครับ อันนี้ต้องลองหาข้อมูลจากสถานทูตออสเตรเลียดู ส่วนนิวซีแลนด์ยังมาได้ครับแต่ก็เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ
           เรื่องอากาศและสภาพแวดล้อมนิวซีแลนด์จัดว่าดีมากเลยครับ มลพิษน้อยมาก การตั้งโรงงานหรือทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ถ้าเสี่ยงและมีผลกระทบต่อชุมชน ต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ แล้วก็จะแบ่งโซนที่พักอาศัยกับโซนธุรกิจค่อนข้างชัดเจน มีการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ประกอบกับประชากรน้อยและมีระเบียบวินัยทำให้ควบคุมได้ง่าย
           ที่ออสเตรเลียก็คงคล้ายๆกันเพราะใช้มาตรฐานอันเดียวกัน แต่ประชากรจะมากกว่า และมีคนต่างถิ่นเข้ามาอยู่มากกว่า ถ้าตัดสินใจเลือกออสเตรเลียควรจะเช็คสภาพอากาศในรอบปีของเมืองที่จะไปอยู่ด้วยนะครับ ผมทราบมาว่าบางเมืองอย่างเช่นเพิร์ธ บางช่วงของปีอุณหภูมิขึ้นสูงถึง50องศาC เป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูกนะครับ โชคดีครับ

วีซ่าธุรกิจและการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์

       บทความนี้เป็นการตอบคำถามของคุณTaddyจากออสเตรเลียที่อยากจะมาซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์และทำธุรกิจครับ
       การขอวีซ่าธุรกิจที่นิวซีแลนด์จะมีอายุประมาณ3ปีและสามารถต่อได้อีกครับ ถ้าธุรกิจประสบความสำเร็จและไปได้ดี ก็สามารถต่อไปได้เรื่อยๆ แต่พอผ่านไประยะหนึ่งก็สามารถสมัครเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรได้เลยครับ เพราะการมาทำธุรกิจต้องอยู่ระยะยาวอยู่แล้ว ประกอบกับนำเงินมาลงทุนด้วย ถือว่าเป็นการพัฒนาประเทศ สมเหตุสมผลครับ
        ส่วนการลงทุนซื้อบ้านปล่อยให้เช่าก็สามารถทำได้ครับ จะเป็นPRมีวีซ่าถาวรหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าไม่มีวีซ่าถาวรก็จะมานิวซีแลนด์ได้เป็นช่วงๆ ตามแต่อายุของวีซ่า และประเภทของวีซ่าที่ได้
        คนต่างชาติสามารถลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกิน50ล้านดอลล่าร์นิวซีแลนด์และที่ดินไม่เกิน5เฮกแตร์ ยกเว้นพื้นที่ชายฝั่ง และพื้นที่การเกษตร ซึ่งอาจจะต้องขออนุญาติรัฐบาลเป็นพิเศษ แต่การซื้อบ้าน อาคารพานิชย์ หรืออุตสาหกรรมอี่นๆที่ไม่อยู่ในการควบคุมของรัฐทำได้ครับ
       การซื้อบ้านแล้วปล่อยให้เช่าอาจะมีอาจจะมีข้อแตกต่างระหว่างคนต่างชาติกับคนนิวซีแลนด์ในเรื่องของอัตราภาษีรายได้ ผมจะตรวจสอบให้อีกครั้งครับ
       คงจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การขอเป็นPermanent resident ที่นิวซีแลนด์

            บทความนี้ ผมขออนุญาตินำคำถามของคุณจอยที่ถามเกี่ยวกับการซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์กับการขอเป็น Permanent resident(PR)หรือผู้อยู่อาศัยถาวร มาลงในบทความเพื่อที่จะได้เป็นประโยขน์กับท่านอื่นที่สนใจด้วยนะครับ    
            สาระสำคัญของการขอเป็นPermanent resident(PR)หรือผู้อยู่อาศัยถาวร คือต้องการให้ผู้อยู่อาศัยถาวรได้รับความสะดวกสบายและสิทธิต่างๆตามกฎหมายที่พึงมีพึงได้หรือพูดง่ายๆก็คือสวัสดิการอันหนึ่งที่รัฐบาลนิวซีแลนด์หรือประเทศอื่นๆให้ความช่วยเหลือในฐานะพลเมืองหรือผู้ประกอบกิจการที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศครับ เพราะฉะนั้นการซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิในการเป็น PR แต่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการพิจารณาได้ครับ ความหมายของผมก็คือถ้าคุณจอย ขอPRโดยใช้คุณสมบัติอันอื่นที่ตรงกับความต้องการของนิวซีแลนด์แล้ว คุณจอยสามารถใช้หลักฐานการมีบ้านเป็นส่วนประกอบให้เรื่องของคุณจอยมีน้ำหนักมากขึ้นได้ครับ ส่วนวีซ่าที่จะได้ก็แล้วแต่กรณีครับ อย่าเอามาผูกเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ ถ้าเป็นนักเรียน ก็เป็นStudent visa ถ้ามาทำงานก็เป็นWork visa ถ้าเป็นธุรกิจก็ Business visa ถ้ามาท่องเที่ยวก็จะเป็นVisitor

           การขอเป็นPRที่นิวซีแลนด์มีหลายกรณีครับ อย่างกรณีของคุณจอย ถ้าจะมาทำธุรกิจสามารถทำได้ครับเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง และเป็นการแสดงเจตนาว่าอยากจะมาทำธุรกิจจริง การขอวีซ่าก็สามารถขอเป็นวีซ่าธุรกิจ ซึ่งอยู่ได้ครั้งละ2-3ปี ที่สำคัญคือต้องมาอยู่จริงนะครับ มาบริหารธุรกิจอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง ทางรัฐบาลจะมีระยะเวลากำหนดไว้ คิดว่าประมาณ 1ปีเป็นอย่างน้อย จากนั้นก็จะเริ่มยื่นเรื่องขอPRได้ ส่วนเมื่อไหร่ที่จะได้หลังจากยื่นเรื่องอันนี้แล้วแต่กรณี แต่ละคนก็จะใช้ระยะเวลาแตกต่างกันไป ถ้าเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ก็ใช้เวลา6-8เดือนขึ้นไป ถ้ามีการขอเอกสารหรือสัมภาษณ์เพิ่มเติมก็อาจจะนานออกไปอีก
          อีกอย่างที่สำคัญคือคะแนนภาษาอังกฤษ ของผู้ขอจะต้องได้ 5-6.5 ขึ้นไปแล้วแต่กรณี ถ้าเพื่อทำธุรกิจก็อาจจะต่ำหน่อย แต่ถ้าขอในเงื่อนไขวิชาชีพที่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษขั้นสูง คะแนนก็ต้องสูงตามไปด้วย ส่วนคนที่พ่วงไปด้วยเช่นบุตร ภรรยา อาจจะต้องการผลสอบภาษาอังกฤษด้วย แต่อันนี้สามารถซื้อคอร์สเรียนภาษาได้หลังจากผู้ขอหลักได้รับการอนุมัติแล้ว
        อย่าลืมนะครับการจะขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร คุณจะต้องมาอยู่และใช้ชีวิตที่นี่จริงๆ จะมาทำอะไรก็ได้ครับ เรียนหนังสือก่อนพอจบแล้วหางานทำ  มาทำงานโดยตรง หรือนำเงินมาลงทุนทำธุรกิจ พอผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้วคุณก็จะมีคุณสมบัติเข้าข่ายที่จะขอสมัครได้ครับ ยิ่งถ้าจบการศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนด้วยแล้วทางรัฐบาลนิวซีแลนด์หรือรัฐบาลไหนๆก็ต้องการครับ
        ส่วนเรื่องการซื้อบ้านหรืออสังหาริมทัรพย์ที่นิวซีแลนด์ โดยตัวเองไม่มาอยู่ แต่อาจจะให้เช่า หรือเอาไว้เก็งกำไร หรือเอาไว้มาพักผ่อน ก็ยังสามารถทำได้ครับ วีซ่าที่จะได้รับก็จะเป็นVisitor visa ซึ่งจะอยู่ได้ระยะสั้นตามที่เหตุผลที่ยื่นไม่เกิน3เดือน แต่ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ครับตามสภาพความเป็นจริงในขณะนั้น ยกตัวอย่างเช่นบางท่านมาเพื่อท่องเที่ยวแต่เห็นว่าที่นี่เงียบสงบน่าจะเหมาะกับการเรียนหนังสือ ก็อาจจะขอเปลี่ยนวีซ่าภายหลังได้
         ครับผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับครอบครัวคุณจอย ซึ่งผมได้ตอบเป็นการส่วนตัวไปแล้ว และท่านอื่นๆที่สนใจ ท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ยินดีครับ โชคดีทุกคนครับ

     

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การเช่าบ้านที่นิวซีแลนด์

         พอคุณซื้อบ้านและโอนกรรมสิทธ์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้คุณก็จะเป็นเจ้าของบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วล่ะครับ ต่อไปก็ถึงเวลาที่จะบริหารจัดการบ้านของคุณให้คุ้มค่ากับการลงทุน อันนี้ก็จะขึ้นกับจุดมุ่งหมายในการซื้อบ้านเป็นสำคัญ แต่จุดมุ่งหมายนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ครับ ยกตัวอย่างเช่น จุดมุ่งหมายในการซื้อบ้านครั้งแรกเพื่อใช้เป็นที่พักสำหรับลูกมาเรียนหนังสือ พอลูกเรียนจบก็อยากจะไปเผชิญโลกกว้าง อยากจะไปดูประเทศอื่นๆในโลกนี้บ้างว่าคนเหล่านั้นอยู่กินใช้ชีวิตกันอย่างไร ไอ้จะไปขัดใจก็ดูกระไรอยู่ เพราะโตเป็นผู้ใหญ่พอสมควรแล้ว ด้วยเหตุผลนี้ก็เลยทำให้บ้านว่างลง การที่ปล่อยให้บ้านว่างโดยไม่มีคนอยู่อาศัย ไม่ค่อยดีครับ มันจะขาดชีวิตชีวาอย่างหนึ่งล่ะครับ และอีกอย่างก็คือ เมื่อเป็นบ้านแล้วไม่มีคนอยู่ พวกแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งหลาย เช่น นก หนู แมลง ฯลฯ มันก็จะเข้ามาอยู่แทน อันนี้ก็ทำให้บ้านทรุดโทรมได้


       วิธีการที่ดีที่สุดก็คือให้เช่าครับ เพราะผู้เช่าจะเป็นผู้ดูแลบ้านให้เรา ตามความรับผิดชอบของแต่ละผู้เช่าแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือได้เงินค่าเช่าครับ บางท่านอาจจะคิดว่าถ้าเจอคนเช่าไม่ดี ก็จะทำให้เสียบ้านไปเปล่าๆ อันนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่อย่าเพิ่งมองผู้เช่าในแง่ร้ายไปทั้งหมดครับ เรามาดูระบบการจัดการที่จะคุ้มครองผู้เช่าและผู้ให้เช่าของนิวซีแลนด์ก่อนครับ


      ที่นี่ จะมีบริษัทตัวแทนที่รับจัดการเรื่องบ้านเช่าโดยเฉพาะ เมื่อคุณต้องการให้เช่าบ้าน ก็เพียงแต่ไปแจ้งบริษัทพวกนี้ เจ้าหน้าที่ของบริษัทก็จะแจ้งรายละเอียดว่าคุณต้องทำอะไรบ้างเช่นค่าดำเนินการรายเดือนที่คุณจะต้องจ่าย ค่าตัดหญ้าสนาม ค่าซ่อมแซมไฟฟ้า ประปา และอื่นๆ เมื่อคุณรับทราบและตกลงให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินการแล้ว ก็อาจจะต้องทำสัญญานิดหน่อย เพื่อเป็นหลักฐาน และให้เขาสามารถดำเนินการบางสิ่งแทนคุณได้ หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของบริษัทแล้วละครับที่จะหาผู้เช่าตามวิธีการของเขา อาจจะติดประกาศ ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือเวปไซด์ก็แล้วแต่ล่ะครับ อย่าลืมบอกความต้องการของคุณด้วยว่าต้องการผู้เช่าแบบไหน นักเรียน คนทำงาน โสด หรือครอบครัว คุณสามารถกำหนดได้ครับ


      เมื่อมีผู้ต้องการเช่าติดต่อมา ทางบริษัทก็จะแจ้งราคาค่าเช่าและเงื่อนไขต่างๆให้ผู้เช่าทราบ พร้อมทั้งแจ้งให้คุณทราบรายละเอียดของผู้เช่าด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะให้เช่าหรือไม่อย่างไร สมมุติว่าคุณตอบตกลง ก็จะไปถึงการทำสัญญาเช่า และเก็บเงินค่าประกันความเสียหายล่วงหน้า เงินส่วนนี้เมื่อผู้เช่าย้ายออกจะต้องคืนให้ถ้าไม่มีอะไรเสียหาย จากนั้นผู้เช่าก็ขนของย้ายเข้าอยู่ เงินค่าเช่าที่คุณจะได้รับก็จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ล่ะครับ


      ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะคอยมาตรวจสอบสภาพบ้าน ดูแลเรื่องความสะอาด ประมาณทุก3เดือนต่อครั้ง ตัดหญ้าสนามสองอาทิตย์ต่อครั้งขึ้นกับฤดู ถ้าเป็นฤดูหนาวหญ้าไม่ค่อยเจริญเติบโต ก็จะตัดเดือนล่ะครั้ง อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายของคุณครับ บริษัทจะดำเนินการเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น


     ส่วนเรื่องค่าเช่า คุณก็ไปเปิดบัญชีธนาคารไว้เพื่อให้ผู้เช่าโอนค่าเช่าบ้านให้คุณทุกสัปดาห์ และถ้ามีปัญหาขัดข้องในเรื่องใด ก็สามารถติดต่อ บริษัทตัวแทนได้โดยตรงทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าครับ


    จะเห็นว่าค่อนข้างจะสะดวกสบาย ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่า บางบ้านเช่าอยู่มาหลายปี ผู้เช่าและผู้ให้เช่าไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็มีครับ ส่วนใหญ่จะไปคุ้นเคยกับบริษัทตัวแทนมากกว่า


    เป็นไงครับที่ผมเล่ามาทั้งหมดพร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ซึ่งจะเห็นว่าคุณสามารถจัดการเรื่องบ้านได้ง่ายๆในนิวซีแลนด์ โดยที่ตัวคุณเองไม่ต้องยุ่งยากในการดำเนินการเลย โชคดีทุกคนครับ