วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์ ดินแดนแห่งความฝันสีเขียว

Buying a House in New Zealand



"บ้าน คือวิมานของเรา เราซื้อเราเช่า เราปลูกของเราตามใจ"
    
       ผมขึ้นต้นด้วยบทเพลงที่หลายๆท่านชอบและแอบเก็บไว้ในใจ และจะฮัมเพลงนี้เบาๆในวันที่จะได้กลับบ้าน หรือวันสบายๆที่อยู่กันพร้อมหน้าอย่างมีความสุขของสมาชิกในครอบครัว หลายท่านผ่านการดำเนินชีวิตมาแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่ง ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ จนมีฐานะมั่นคงเป็นปึกแผ่น มีฐานะทางสังคมสูงและกำลังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
  
      ถ้าถามว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ใช้เวลานานไหม ผมคิดว่าต้องใช้เวลาสิบห้าถึงยี่สิบปีขึ้นไปเป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นอย่างนั้นอายุปัจจุบันของเราๆท่านๆก็จะเริ่มต้นด้วยเลขสี่ ผู้คนในวัยนี้จะทุ่มเทพลังกายพลังใจทั้งหมดไปกับการทำงานจากประสบการณ์ที่ได้เก็บเกี่ยวไว้ในวัยหนุ่มสาว ส่วนใหญ่ก็จะมีหลักฐานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่กำลังจะเติบโตเป็นกำลังที่สำคัญให้กับท่านในอนาคต หลายท่านกำลังมองไปข้างหน้าเพื่อหาความสุขและความมั่นคงให้กับชีวิตตนเองและครอบครัวมากยิ่งขึ้น อยากจะหาสถานศึกษาที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกๆพร้อมกับเป็นที่พักผ่อนอย่างมีความสุขในวันหยุดไปด้วยในตัว มีกิจกรรมให้ทำอย่างมากมายอย่างไม่รู้เบื่อ บางท่านกำลังมองหาที่รับรองแขกหรือลูกค้าสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม หรือท่านที่ต้องการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่าในอนาคต และคงจะดีไม่น้อยถ้าการลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ได้หลายอย่างข้างต้นกลับมา
     
         จากประสบการณ์หลายปีของผมในนิวซีแลนด์ ทำให้ผมมองเห็นศักยภาพของนิวซีแลนด์ในหลายๆด้าน ผมจะขอเล่าในส่วนที่สำคัญและเป็นประโยชน์กับท่านอย่างเช่นการศึกษา อันนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงกับลูกของผมเอง ระบบการศีกษาของที่นี่จะเป็นไปอย่างสบายๆครับไม่เร่งเด็กจนเกินไป ไม่ต้องไปกวดวิชา วันหยุดก็ได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ ผมไม่ทราบหรอกครับว่าหลักสูตรเป็นอย่างไร มีอะไรเป็นตัวชี้วัด แต่ที่เห็นจากลูกผม หลังจากไปโรงเรียนมา เวลาจะข้ามถนนลูกก็บอกให้ผมไปรอสัญญานไฟข้ามตรงทางม้าลายทั้งๆที่ไม่มีรถมาสักคัน เวลาจะจอดรถลูกผมก็จะบอกว่า แด๊ดดี้ ตรงนี้เป็นเส้นเหลืองห้ามจอด พอขับรถออกไปตามถนนนอกเมือง ทางกรมทางหลวงก็จะติดป้ายบอกความเร็วไว้เป็นระยะๆ ลูกผมก็จะคอยบอกว่าตรงนี้สามารถขับขี่โดยใช้ความเร็วได้เท่าไร ตัวผมเองจะเคยชินกับกับการทำอะไรง่ายๆตามสไตล์ไทยแท้ครับ พอได้ลูกมาสอนก็มีระเบียบวินัยขึ้นเยอะ ดีไหมครับถ้าเด็กๆได้รับการปลูกฝังแบบนี้    
         
        ส่วนกิจกรรมในวันหยุดสบายๆของคุณก็มีให้เลือกมากมายในนิวซีแลนด์ครับ เรียกได้ว่าเลือกเอาตามถนัดได้เลยครับ อย่างเช่นในฤดูหนาวเด็กหนุ่มๆสาวๆก็จะออกไปเล่นสกีกันตามเทือกเขาสูงๆที่มีอยู่ทั่วไป ถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะไปเล่นวินเซิร์ฟ ตกปลาชายฝั่งหรือถ้าจะให้ตื่นเต้นหน่อยก็นั่งเรือไปตกปลากลางทะเล บางคนชอบที่จะขี่จักรยานไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อท่องเที่ยวและออกกำลังไปด้วยในตัว หรืออาจจะเดินป่า ปีนเขา ชมธรรมชาติที่งดงาม เล่นปันจี้จั๊ม ใครที่ชอบแค๊มปิ้งกลางป่าก็สามารถนำเต๊นท์ไปกางนอนเพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แน่นอนครับปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์



         หรือใครที่ไม่ชอบกิจกรรมโลดโผน ก็อาจจะนั่งอยู่ในบ้าน ก่อไฟในเตาผิง ชวนเพื่อนบ้านมาพูดคุยสัมผัสกลิ่นหอมอ่อนๆของควันไฟกับบรรยากาศที่อบอุ่น พร้อมกับไวน์รสดีๆสักแก้ว แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ
         
        เป็นอย่างไรครับที่ผมได้อารัมภบทมายืดยาวจนดูเหมือนว่าจะเป็นบล๊อกของการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ไปแล้ว ผมเพียงแต่อยากจะให้ท่านมีอารมณ์คล้อยตามสักหน่อยก่อน ผมกำลังจะบอกให้ทราบครับว่าผมจะทำอะไร
        
        ผมจะใช้บล๊อกนี้เป็นสื่อกลางสำหรับคนไทยที่อยากจะมาลงทุนซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์หรือลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่นๆเช่นที่ดิน ตึกแถว แฟลต อพาท์เมนท์ อะไรก็ได้ครับ อย่างที่บอกไปแล้วถ้าจะลงทุนในเรื่องนี้ เปรียบได้ว่าใช้กระสุนเพียงนัดเดียวยิงนกได้ทั้งฝูงเลยทีเดียว จะดีกว่าไหมครับถ้าลูกๆได้มาเรียนหนังสือในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนและการใช้ชีวิต มีระบบการศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีวันหยุดพักร้อนประจำปีในนิวซีแลนด์กับครอบครัว ได้ต้อนรับแขกหรือลูกค้าสำคัญของคุณด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม มีบ้านไว้พักผ่อนหรือให้เช่าโดยมีผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยธนาคารขณะนี้และยังสามารถลงทุนต่อยอดได้อีกอย่างไม่รู้จบ เมื่อขายออกไปก็จะได้เงินลงทุนคืนบวกด้วยกำไร
        
        การเป็นสื่อกลางของผมอยากจะให้ออกมารูปแบบที่สบายๆครับ ผมจะทะยอยเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ไปเป็นระยะๆ เพียงแต่เข้ามาทักทาย พูดคุย แลกเปลี่ยน สอบถามปัญหา หาข้อมูล หรืออะไรก็ได้ที่อยากรู้ จะเกี่ยวข้องกับการซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์หรือไม่ก็ได้ครับ เป็นกันเองครับ หลายๆท่านที่สนใจและต้องการความรู้เพื่อที่จะทำในสิ่งที่ผมนำเสนอไปด้วยตัวเองเพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ ก็ยินดีครับ
       
        หรือมีอีกหลายท่านที่สนใจ แต่อาจจะติดขัดเรื่องเวลาหรือหลายๆเหตุผล ไม่สามารถดำเนินการเองได้ อยากให้ผมช่วยดำเนินการให้ ก็ยินดีเช่นกันครับ เรามีวิธีคิดค่าดำเนินการอย่างเป็นธรรมโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่คุณจะได้รับเป็นสำคัญ โปรดอย่าได้ลังเลหรือเกรงใจ เราต้องการมิตรภาพจากคุณ เพียงติดต่อเรา
       
       "เงินทองเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา สิ่งที่เราต้องการจากคุณคือน้ำใจและมิตรภาพ
    
       "ให้การซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์เป็นตัวเลือกอันดับแรกของการซื้อบ้านในต่างประเทศของคุณ"

9 ความคิดเห็น:

  1. สนใจชื้อบ้านที่นิวซีแลนด์ อันดับแรกควรทำอย่างไร

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณสำหรับคำถามครับ
    อันดับแรกคุณควรจะกำหนดวัตถุประสงค์ก่อนนะครับว่าจะซื้อบ้านไปทำอะไร จะใช้เพื่ออยู่อาศัยสำหรับตัวเองและครอบครัว หรือเพื่อเด็กๆใช้พักอาศัยระหว่างเรียนหนังสือ ใช้พักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวเป็นครั้งคราว ใช้รับรองแขกหรือลูกค้า ให้เช่าและขายทำกำไรในอนาคต
    เมื่อได้วัตถุประสงค์ชัดเจนแล้ว ก็มาดูต่อว่าจำนวนคนที่คาดว่าจะพักอาศัยในบ้านจะมีประมาณกี่คน ซึ่งตัวนี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของบ้าน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ ความกว้างของห้องครัว ห้องนั่งเล่น สนามหญ้า เพื่อให้ได้บ้านที่อยู่แล้วสะดวกสบาย ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะสมกับจำนวนผู้พักอาศัย ถังเก็บน้ำร้อนที่ใช้สำหรับอาบและชำระล้างต้องเพียงพอจะให้ขาดไม่ได้เพราะที่นี่อากาศเย็นตลอดปี
    จากนั้นก็มาเลือกทำเลของบ้านที่คุณตัองการจะซื้อว่าจะอยู่ที่เมืองไหน และสภาพแวดล้อมที่ต้องการ เช่นถ้าเด็กๆจะมาเรียนหนังสือก็ควรจะเลือกเมืองที่มีสถานศึกษารองรับตามที่ต้องการ ควรจะอยู่ใกล้เมืองหน่อยเพื่อสะดวกในการเดินทางไปกลับ หรือถ้าต้องการซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนในช่วงวันหยุด หรือรับแขกคนสำคัญ คุณก็สามารถที่จะเลือกบ้านที่ออกมานอกเมืองหน่อยหรือเลือกจุดที่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญก็ได้ แต่ไม่ควรไกลตัวเมืองมากเกินไปเพื่อสะดวกในการหาของกินและของใช้ที่จำเป็น แต่ถ้าต้องการซื้อเพื่อให้เช่าผมขอแนะนำว่าบ้านขนาด2-3ห้องนอนจะหาผุ้เช่าได้ง่ายที่สุดเหตุผลเพราะว่าครอบครัวส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีขนาดเล็ก มีสมาชิกประมาณ3-4คน อีกทั้งวัฒนธรรมของชาวนิวซีแลนด์จะเหมือนกับชาวตะวันตกคือเมื่อลูกๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็จะแยกครอบครัวไปอยู่ต่างหาก ไม่อยู่รวมกับพ่อแม่อีกต่อไป และบ้านที่จะซื้อให้เช่าก็ควรจะอยู่ในเมืองด้วย เพราะจะสะดวกต่อผู้เช่า อย่าลืมนะครับว่าผู้เช่าส่วนใหญ่มีความจำเป็นหลายอย่างที่จะต้องเลือกบ้านในเมือง เพื่อความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน
    เมื่อสามารถกำหนดสิ่งต่างๆข้างต้นได้แล้ว ก็มาถึงเรื่องงบประมาณ ควรจะตั้งไว้ให้ใกล้เคียงกับspec ของบ้าน ราคาบ้านที่นิวซีแลนด์ที่ผมประเมินคร่าวๆตามจำนวนห้องนอน อยู่ที่ประมาณ ห้องนอนละ nz$80,000 -90,000 (เราอาจจะใช้วิธีคำนวนเป็นตารางเมตรก็ได้)ทั้งนี้อาจะแพงกว่าหรือถูกกว่าขึ้นกับอายุของบ้าน วัสดุ ขนาดพื้นที่ สภาพแวดล้อม และความต้องการของผู้ซื้อในขณะนั้น ถ้าบ้านหลังที่คุณต้องการมีผู้สนใจหลายรายราคาก็อาจจะต้องสูงขึ้นเป็นธรรมดา ซึ่งอาจจะต้องใช้วิธีแข่งขันกันเสนอราคาสูงสุดให้กับผู้ขายก็ได้ ผมจึงแนะนำว่าควรจะเตรียมงบประมาณเผื่อไว้ประมาณ 20เปอร์เซนต์ เพื่อใช้ในการแข่งขันกับผู้ซื้อรายอื่นถ้าคุณต้องการบ้านหลังนั้นจริงๆ แต่ผมมีวิธีการเลือกซื้อบ้านที่ดีกว่าคืออย่าใจร้อนครับ ค่อยๆดูไปเรื่อยๆ แล้วเก็บรายละเอียดของบ้านหลังที่ตรงกับความต้องการของเราไว้ในใจอย่างน้อย2-3หลังแล้วค่อยมาเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง การใช้วิธีนี้ถ้าไม่ทำให้คุณได้ของดีราคาถูก แต่อย่างน้อยก็จะได้ของดีในราคาที่สมเหตุสมผลครับ แล้วถ้าจำเป็นจริงๆงบประมาณที่เผื่อไว้อาจจะทำให้คุณได้บ้านที่มีคุณภาพที่ดีกว่าหรืออยู่ในทำเลที่เหมาะสมกว่าก็ได้ครับ

    ตอบลบ
  3. ผมหวังว่าจะได้รับความกระจ่างนะครับ แต่ถ้ายังไม่ตรง หรือมีคำถามเพิ่มเติมก็เชิญได้ครับ อย่างที่ผมเรียนไปแล้วครับ บล็อกนี้สบายๆ เป็นกันเอง แต่มีสาระครับ หรือท่านอื่นจะช่วยตอบด้วยก็ยิ่งดีครับ ยิ่งหลายๆคนยิ่งมีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านครับ ยินดีครับผม

    ตอบลบ
  4. คนต่างชาติจะเข้าไปซื้อบ้านได้หรือค่ะ

    ตอบลบ
  5. คนต่างชาติสามารถซื้อบ้านที่นิวซีแลนด์ได้ครับ เพียงแต่อาจจะต้องมีขั้นตอน และเอกสาร มากกว่าปกติหน่อยครับ ถ้าสนใจก็ลองส่งเอกสารให้ผมดู หรือบอกคุณสมบัติและความต้องการคร่าวๆมาก็ได้ครับ ผมจะช่วยดูและปรึกษานักกฎหมายที่นี่ให้ ยินดีครับ

    ตอบลบ
  6. หลังการซื้อขายต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรตามมาบ้างคะ

    ตอบลบ
  7. ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินคล้ายๆกับบ้านเราครับ แต่จะแพงกว่า แล้วก็มีค่าประกันไฟไหม้ หรืออุบัติภัยต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นและนิยมกันมากในนิวซีแลนด์ครับ

    ตอบลบ
  8. จักรกฤษณ์ ปรุงประเสริฐวันศุกร์, กันยายน 28, 2555 5:28:00 PM

    สวัสดีครับคุณ Satit ผมและภรรยาอ่านบทความของคุณแล้วครับ บทความนี้ใช่เลยและตรงกับความคิดของเราทั้งสองคนเกือบ 100 % ตอนนี้ผมมีลูก 3 คนอายุ 10,8,6 เรียนที่เชียงใหม่เป็นโรงเรียน Inter เลยคิดว่าถ้าปิดเทอมใหญ่ปีหน้า ประมาณเดือน 06-07 เรามีแผนอยากที่จะส่งลูกๆไป Summer ที่ นิวซีแลนด์ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปเรียนที่ไหนดี ลูกผม อยู่ G4,G2,K3 และผมกับภรรยาและคุณยายก็จะไปอยู่ด้วย รบกวนถามหน่อยครับว่าเมืองไหนเหมาะสมครับ คุณSatit

    ตอบลบ
  9. ต้องขอโทษด้วยครับคุณจักรกฤษณ์ ผมลืมไปว่ามีอีกช่องทางที่จะมีผู้เข้ามาอ่านและสอบถามข้อมูล มัวแต่ไปตอบคำถามทางอีเมล์เป็นส่วนใหญ่ หวังว่าคงไม่ช้าไปนะครับ ถามว่าเมืองไหนเหมาะสม จากข้อมูลที่ให้มาผมแนะนำว่าน่าจะเป็นที่เกาะเหนือเพราะช่วงนั้นจะเข้าสู่ฤดูหนาวอากาสทางเกาะเหนือจะอบอุ่นกว่า เป็นห่วงคุณยาย แต้ถ้าอายุไม่มากนัก เกาะไหนก็ได้ครับ ส่วนเมืองนั้น ถ้าเป็นที่โอ๊คแลนด์ก็จะประมาณเชียงใหม่ การเดินทางสะดวก มีคนไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯอยู่เยอะ ไม่เหงาแน่ถ้าอยู่ที่นี่ แต่เด็กๆจะไม่ค่อยได้ภาษา เวลลิงตันเป็นเมืองหลวง เล็กกว่าโอ๊กแลนด์ มีคนอยู่ประมาณ3แสน อยู่ปลายสุดของเกาะเหนือ การเดินทางสะดวกเหมือนกันแต่ไม่มีเที่ยวบินของการบินไทย ส่วนเมืองอื่นๆของเกาะเหนือนอกจากสองเมืองที่กล่าวไปแล้ว ก็จะเป็นเมืองเงียบๆ มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ยังไงผมขออีเมล์คุณจักรกฤษณ์ หน่อยครับ จะส่งรายชื้อโรงเรียนให้พิจารณาครับ

    ตอบลบ